เลือกตายอย่างมีความสุข! โคราชจับมือ สช.เดินหน้าโครงการ “ฅนโคราช : สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง" เผยทั่วประเทศเข้าระบบ E-living Will แล้วกว่า 7,000 คน โคราชมากสุด เร่งสร้างความรู้ ปชช.เข้าระบบเพิ่มขึ้น
วันนี้ (20 ก.พ.) ที่ โรงแรมสตาร์เวลล์บาหลี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นพ.วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนคราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ : การพัฒนาระบบบริการสุขภาพหนุนเสริมการเข้าถึงสิทธิตามมาตรา 12 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ 2550 โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจเครือข่าย "ฅนโคราช : สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง" จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นพ.วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นพ.สำเริง แหยงกระโทก คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ นพ.วชิระ บถพิบูลย์ ประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 9 รวมถึงประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก
ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ การใช้ประโยชน์ข้อมูลการบริหารจัดการ หนังสือแสดงเจตนาฯ (e-Living Will) ของผู้ป่วย ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ของสถานบริการสาธารณสุข และอาสาสมัคร ระดับอำเภอ ระดับตำบล ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง จักราช โชคชัย พิมาย พระทองคำ โนนไทย ปากช่อง และประทาย ซึ่งจะทำให้ประชาชนและผู้ป่วย สามารถเข้าถึงและได้รับการบริการการดูแลระยะสุดท้ายของชีวิต ตามที่ได้แสดงเจตนาฯ ไว้ และ เพื่อให้สถานบริการสาธารณสุข และอาสาสมัคร ระดับอำเภอ ระดับตำบล ในพื้นที่ 8 อำเภอ สามารถนำระบบ e-Living Will ไปสื่อสาร เผยแพร่ ให้คำแนะนำการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาฯ ในระบบ e-Living Will ให้แก่ประชาชนและผู้ป่วยในพื้นที่ที่ดูแล
นพ.วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่มีจำนวนผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ไม่อาจรักษาให้หายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สภาพของสังคมเช่นนี้ ย่อมจะส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนของสังคมทั้งหมด ทำให้มีกลุ่มวัยแรงงานลดน้อยลง ภาระของลูกหลานในการดูแลผู้สูงอายุะมากขึ้น ภาครัฐและเอกชนจะต้องขยายกรอบอายุการเกษียณอายุ เพราะอัตราแรงงานลดน้อยลง ภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้เกิดการยื้อความตายทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ได้รับการรักษาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย ทั้งในส่วนที่เกิดจากตัวโรคเอง และจากการรักษาที่ไม่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์จริงเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะไม่อยู่ในสภาพที่สามารถบอกความประสงค์ของตนเองได้ การตัดสินใจในการรักษา จึงมักเป็นการตัดสินใจจากญาติผู้ป่วยแทน ซึ่งไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรมชีวิตตามเจตนาของผู้ป่วย (Living Will) ประกอบกับ การจัดเก็บเอกสารหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา12 ไม่ได้มีรูปแบบหรือการจัดเก็บที่มีมาตรฐาน การตกลงร่วมกันทำให้หน่วยบริการหรือญาติผู้ป่วย ไม่ทราบในรายละเอียดหรือสถานที่จัดเก็บเอกสารดังกล่าว ตามที่ผู้ป่วยได้เคยทำเอกสารแสดงเจตนาตามมาตรา 12 เพื่อนำมาอ้างอิงในการรักษา ตามเจตจำนงของผู้ป่วยที่ได้เขียนไว้
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาระบบสารสนเทศ และการจัดทำฐานระเบียนกลาง ของหนังสือแสดงเจตนาตามสิทธิด้านสุขภาพในมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดยมีการพัฒนาระบบการสืบค้น และระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าถึงการบริหารจัดการข้อมูลระบบสารสนเทศ สถานที่จัดเก็บหนังสือแสดงเจตนาฯ แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living Will) พัฒนาขึ้นเพื่อเป็น platform กลาง จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลางที่มีระบบความปลอดภัย ให้ประชาชนสามารถจัดทำ และเข้าถึงข้อมูลการแสดงเจตนาฯ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพื่อให้บุคลากรด้านสาธารณสุข ของสถานพยาบาลทุกแห่ง ที่เข้าลงทะเบียนใช้งานในระบบ สามารถเรียกดูและค้นหาหนังสือแสดงเจตนาฯ ที่ประชาชนทำไว้ สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ร่วมกัน และให้บริการรักษาตามที่ได้แสดงเจตนาไว้ ได้ อันจะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถ เข้าถึงระบบการดูแลแบบประคับประคอง อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
จากตัวเลขพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจในการแสดงเจตนาฯ แบบ e-living Will จำนวนกว่า 7,000 คน โดยจังหวัดนครราชสีมามีผู้ที่แสดงเจตนาฯ ไว้มากที่สุดในประเทศกว่า 1,000 คน และจะมีการขยายความรู้เพิ่มเติมให้แก่พี่น้องประชาชนในอีก 8 อำเภอจากทั้งหมด 32 อำเภอ โดยการสร้างองค์ความรู้ให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ และคาดว่าในอนาคตประชาชนจะเห็นความสำคัญในสิ่งนี้เพิ่มมากขึ้น นพ.วิชาญ กล่าว





















