กรมทรัพย์ฯ น้ำบาดาล ติดตามความคืบหน้าการถ่ายโอนภารกิจด้านน้ำบาดาลให้แก่ อปท.โคราช 334 แห่ง โดย ม.ราชภัฎฯ ได้รับความไว้วางใจในการทำการศึกษาวิเคราะห์โครงการฯ ให้ดำเนินการไปสู่เป้าหมาย

วันนี้ (6 ก.ย.) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชีมา พร้อมด้วย นางสาววิลาวัลย์ ไทยสงคราม ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานเปิด โครงการศึกษาวิเคราะห์และติดตามประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจด้านน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนำร่อง พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีรศ.ดร.ชคัตตรัย รยะสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวรายงาน มีนายสุรพล ธรรมสาร ที่ปรึกษาพิเศษด้านการประกอบกิจการน้ำบาดาล นายประโยชน์ ด่านก่อโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล และคณะจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นายบุญชอบ ทะยอยใหม่ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา และนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมการในพิธีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
รศ.ดร.ชคัตตรัย รยะสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่าสำหรับความเป็นมาของโครงการศึกษาวิเคราะห์และติดตามประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจด้านน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนำร่อง พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยเป็นการดำเนินการศึกษาวิเคราะห์และติดตามประเมินผลครั้งนี้ เพื่อนำผลจากการศึกษาไปสู่การปรับปรุงและพัฒนางานตามภารกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีการถ่ายโอนอำนาจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดตามภารกิจ
สำหรับจังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มีจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า 334 อปท. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา เป็นหน่วยงานที่มีเครือข่ายในพื้นที่จำนวนมากและครอบคลุมในทุกมิติจึงได้รับมอบหมายให้ศึกษาวิเคราะห์และติดตามประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนำร่อง พื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา และ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครราชสีมาเป็นอย่างดี













